logo

ระเบียบ บริษัท ไออาร์พีชี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (กลุ่มไออาร์พีซี)
ว่าด้วย การร้องเรียนและแจ้งเบาะแส พ.ศ. 2565

        บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (กลุ่มไออาร์พีซี) “ไออาร์พีซี” หรือ “บริษัทฯ” ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส เป็นธรรม และไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ โดยมุ่งมั่นรักษาคุณภาพการดำเนินงานให้มีมาตรฐานสากลและสามารถแข่งขันได้ ตลอดจนส่งเสริมหลักสิทธิมนุษยชน จรรยาบรรณและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม สอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี อาศัยอำนาจตามข้อ 25 แห่งข้อบังคับบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ จึงได้ออกระเบียบบริษัทฯ ไว้ดังต่อไปนี้

        ข้อ 1 ระเบียบนี้ เรียกว่า “ระเบียบ บริษัท ไออาร์พีชี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (กลุ่มไออาร์พีซี) ว่าด้วย การร้องเรียนและแจ้งเบาะแส พ.ศ. 2565”

        ข้อ 2 ให้ยกเลิกบรรดาระเบียบ ข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใด ที่มีอยู่ก่อน และ/หรือ ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ และให้ใช้ระเบียบนี้แทน

หมวด 1
บททั่วไป

        ข้อ 3 ระเบียบนี้ ให้ใช้บังคับกับ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และ/หรือของบริษัทย่อย (กลุ่มไออาร์พีซี) รวมถึงผู้บริหารและพนักงานบริษัทในกลุ่ม ปตท. ที่มาปฏิบัติงาน Secondment ที่บริษัทฯ และครอบคลุมถึงบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องโดยการว่าจ้างของบริษัทฯ ทั้งหมด

        ข้อ 4 ในระเบียบนี้

        “บริษัทฯ” หรือ “ไออาร์พีซี” หมายความว่า บริษัท ไออาร์พีซี จํากัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (กลุ่มไออาร์พีซี)

        “คณะกรรมการตรวจสอบ” หมายความว่า คณะกรรมการตรวจสอบ ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

        “คณะกรรมการกํากับดูแลกิจการที่ดี” หมายความว่า คณะกรรมการกํากับดูแลกิจการที่ดี ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

        “ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่” หมายความว่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

        “คณะทำงานบูรณาการ GRC” หมายความว่า คณะทำงานบูรณาการ GRC ของบริษัท ไออาร์พีซี จํากัด (มหาชน) ตามที่ได้มีประกาศหรือคำสั่งของแต่งตั้ง

        “คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง” หมายความว่า คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง ของบริษัท ไออาร์พีซี จํากัด (มหาชน) โดยได้รับการแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บริษัทฯ กำหนด

        “คณะกรรมการสอบสวนทางวินัย” หมายความว่า คณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ของบริษัท ไออาร์พีซี จํากัด (มหาชน) โดยประกอบด้วย ผู้บริหาร หรือผู้แทนที่มีระดับสูงกว่าผู้ถูกร้องเรียน หรือสูงสุดในสายงานนั้น ผู้แทนฝ่ายกฎหมาย ผู้แทนจากคณะทำงานบูรณาการ GRC ผู้แทนจากสายงานทรัพยากรบุคคล ผู้แทนจากสายงานของผู้ถูกร้องเรียน และ/หรือ ผู้แทนหน่วยงานอื่น ๆ ที่จำเป็นตามที่บริษัทฯ เห็นสมควร โดยได้รับการแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บริษัทฯ กำหนด

        “คณะกรรมการกลั่นกรองข้อร้องเรียน” หมายความว่า คณะกรรมการกลั่นกรองข้อร้องเรียนของบริษัทไออาร์พีซี จํากัด (มหาชน) เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการพิจารณากลั่นกรองเรื่องร้องเรียนและพยานหลักฐานในเบื้องต้น รวมถึงการรวบรวม แสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาข้อร้องเรียน และการจัดทํารายงานเสนอประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ/หรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยประกอบด้วย ตัวแทนจากคณะทำงานบูรณาการ GRC ตัวแทนจากฝ่ายกฎหมาย ตัวแทนจากสํานักตรวจสอบภายใน และ/หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่จำเป็นตามที่บริษัทฯ เห็นสมควร โดยได้รับการแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บริษัทฯ กำหนด

        “สำนักตรวจสอบภายใน” หมายความว่า สำนักตรวจสอบภายใน ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

        “ฝ่ายกฎหมาย” หมายความว่า ฝ่ายกฎหมาย ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

         “พนักงาน” หมายความว่า ลูกจ้างของบริษัท ไออาร์พีซี จํากัด (มหาชน) และ/หรือบริษัทย่อยในกลุ่มไออาร์พีซี ทั้งพนักงานประจำ พนักงานทดลองงาน พนักงานตามสัญญาจ้าง พนักงานยืมตัวชั่วคราว ทั้งนี้ให้รวมถึงพนักงานของบริษัทฯ ที่ได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติงานในบริษัทที่ไออาร์พีซีถือหุ้นหรือร่วมทุน

        “ทุจริต” (Fraud) หมายความว่า การกระทำโดยเจตนาเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น

        “คอร์รัปชัน” (Corruption) หมายความว่า การกระทำในรูปแบบใด ๆ เช่น การรับ (Accepting) การเรียกร้อง (Demanding) การขอ (Soliciting) รวมถึงการให้ (Giving) การเสนอให้ (Offering) การสัญญาว่าจะให้ (Promising) ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด แก่เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานเอกชน โดยหวังหรือจูงใจให้กระทำการ งดเว้น หรือละเว้นการกระทำบางประการอันมิชอบด้วยกฎหมายหรือโดยหน้าที่ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของกิจการ หรือตนเอง หรือผู้เกี่ยวข้อง อย่างไม่เป็นธรรม อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์ของบริษัทฯ หรือของบุคคลอื่น

        “การทุจริตต่อหน้าที่” หมายความว่า การปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งในตําแหน่งหรือหน้าที่ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนี่งในพฤติการณ์ที่อาจทําให้ผู้อื่นเชื่อว่า ตนมีตําแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตําแหน่งหรือหน้าที่เช่นว่านั้น และรวมถึงการใช้อํานาจในตําแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสําหรับตนเองหรือผู้อื่น

        “การประพฤติมิชอบ” หมายความว่า การกระทําที่ไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่ แต่เป็นการปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติอย่างใดโดยอาศัยเหตุที่มีตําแหน่งหรือหน้าที่ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคําสั่ง ที่มุ่งหมายจะควบคุม ดูแล การรับ การเก็บรักษา หรือการใช้เงินหรือทรัพย์สินของบริษัทฯ

        “กฎหมาย” หมายความว่า บรรดากฎเกณฑ์ที่สถาบันหรือผู้มีอํานาจสูงสุดในรัฐได้ตราขึ้น หรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือเพื่อกําหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือระหว่างบุคคลกับรัฐ

        “กฎระเบียบองค์กร” หมายความว่า ข้อบังคับบริษัท นโยบาย ข้อบังคับในการทำงาน ระเบียบ ข้อกําหนด ประกาศ คําสั่ง และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ของบริษัทฯ

        “ผู้ร้องเรียน” หมายความว่า พนักงาน หรือบุคคลภายนอกที่พบเห็นการทุจริต การทุจริตต่อหน้าที่ การประพฤติมิชอบ และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบองค์กร หรือเรื่องร้องเรียนอื่นใดตามที่ได้ระบุไว้ในระเบียบนี้ และได้แจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแสมายังบริษัทฯ ผ่านช่องทางและวิธีการที่บริษัทฯ กำหนด

        “ผู้รับเรื่องร้องเรียน” หมายความว่า บุคคล คณะบุคคล หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนของบริษัทฯ ซึ่งได้ทำการรับเรื่องร้องเรียนตามช่องทางและวิธีการที่บริษัทฯ กำหนด

        “ผู้ถูกร้องเรียน” หมายความว่า พนักงาน และ/ หรือ บุคคล ซึ่ง

  1. ถูกกล่าวหาจากผู้ร้องเรียนว่า กระทําการทุจริต การทุจริตต่อหน้าที่ การประพฤติมิชอบ และ การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบองค์กร หรือเรื่องร้องเรียนอื่นใดตามที่ได้ระบุไว้ในระเบียบนี้ และถูกร้องเรียนผ่านช่องทางและวิธีการตามที่บริษัทฯ ระบุไว้ หรือ
  2. มีพฤติการณ์ที่ปรากฏว่า กระทําการทุจริต การทุจริตต่อหน้าที่ การประพฤติมิชอบ และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบองค์กร หรือเรื่องร้องเรียนอื่นใดตามที่ได้ระบุไว้ในระเบียบนี้ และถูกร้องเรียนผ่านช่องทางและวิธีการตามที่บริษัทฯ ระบุไว้ โดยบริษัทฯ อาจยกเหตุแห่งพฤติการณ์ดังกล่าวขึ้นเพื่อดําเนินการตามระเบียบข้อบังคับการทำงานต่อไป

         “เรื่องร้องเรียน” หมายความว่า บรรดาเรื่องราวหรือเหตุการณ์การร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริต การประพฤติมิชอบ และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบองค์กร ตลอดจน การประพฤติผิดวินัย จริยธรรม และจรรยาบรรณธุรกิจ สิทธิมนุษยชน การเลือกปฎิบัติและการคุกคามทั้งที่เกี่ยวข้องกับทางเพศ หรือรูปแบบอื่น ๆ ที่กระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย หรือกลุ่มเปราะบาง อันเป็นมูลเหตุที่จะนําไปสู่การสืบสวนหาข้อเท็จจริง และการสอบสวนทางวินัย และรวมถึงพนักงาน และ/หรือบุคคลที่เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนในการกระทําดังกล่าวต่อไป เว้นแต่ เป็นเรื่องที่คณะกรรมการบริษัทฯ หรือ คณะกรรมการตรวจสอบ หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้มีมติ หรือคำตัดสิน หรือมีคำวินิจฉัยเด็ดขาดแล้ว รวมทั้งเรื่องที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีอยู่ในศาล หรือเรื่องที่ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว

หมวด 2
บุคคลที่เกี่ยวข้องและบทบาทหน้าที่

        ข้อ 5 เมื่อผู้รับเรื่องร้องเรียน ได้รับเรื่องร้องเรียนตามวิธีการและช่องทางที่บริษัทฯ ระบุไว้ ให้ผู้รับเรื่องร้องเรียนนําส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่วให้แก่ สำนักตรวจสอบภายใน โดยไม่ชักช้า โดยห้ามมิให้ผู้รับเรื่องร้องเรียนแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงข้อความหรือรายละเอียดใด ๆ ในเรื่องร้องเรียน รวมถึงผู้รับเรื่องร้องเรียนจะต้องรักษาเรื่องร้องเรียนและข้อมูลของผู้ร้องเรียน ไว้เป็นความลับ

        ข้อ 6 สำนักตรวจสอบภายใน บันทึกข้อมูลและกลั่นกรองในเบื้องต้น และนําเสนอข้อมูลหลักฐานจาก ผู้ร้องเรียน ต่อ คณะกรรมการกลั่นกรองข้อร้องเรียน

        ข้อ 7 คณะกรรมการกลั่นกรองข้อร้องเรียน พิจารณากลั่นกรองเรื่องร้องเรียนและพยานหลักฐานในเบื้องต้น และทำการรวบรวมหรือแสวงหาพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาข้อร้องเรียน รวมถึงจัดทํารายงานเสนอประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ/หรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และแจ้งกลับผู้ร้องเรียนถึงสถานะการดำเนินการ ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด

        ข้อ 8 คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง พิจารณาสืบหาข้อเท็จจริงของข้อร้องเรียน โดยคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง จะได้รับการแต่งตั้งโดยพิจารณาตามระดับของผู้ถูกร้องเรียน และตามระดับข้อร้องเรียน ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด

        ข้อ 9 คณะกรรมการสอบสวนทางวินัย พิจารณาสอบสวนข้อร้องเรียนและบุคคลที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาโทษทางวินัยหรือนำเสนอความเห็นเกี่ยวกับการกำหนดโทษทางวินัย ตามระเบียบข้อบังคับในการทำงาน และตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด

หมวด 3
การร้องเรียนและแจ้งเบาะแส

        ข้อ 10 พนักงานที่มีข้อสงสัย หรือเหตุอันควรเชื่อโดยสุจริตว่า มี หรือ ได้พบเห็น การทุจริต การทุจริตต่อหน้าที่ การประพฤติมิชอบ การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกฎระเบียบองค์กร หรือกระทำการใด ๆ อันเข้าข่าย “เรื่องร้องเรียน” ตามระเบียบนี้ ให้สอบถามหรือปรึกษาผู้บังคับบัญชาโดยตรงเพื่อขอคำแนะนำชี้แนะ หรืออาจแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนมายังบริษัทฯ ตามช่องทางที่กําหนดไว้โดยทันที

        ข้อ 11 ช่องทางการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน

  • 11.1 จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) : auditor@irpc.co.th
    • จดหมายธรรมดา ส่งถึง : ประธานกรรมการตรวจสอบ หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จํากัด (มหาชน) เลขที่ 555/2 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี ชั้น 6 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
  • 11.2 ไปรษณีย์ : ตู้ ปณ. 35 ปณฝ. อาคารซันทาวเวอร์ กรุงเทพฯ 10905
  • 11.3 เว็บไซต์บริษัทฯ : www.irpc.co.th
  • 11.4 ผู้บังคับบัญชาโดยตรงตามสายบังคับบัญชา

        ข้อ 12 ในการร้องเรียน ควรใช้ถ้อยคําสุภาพ ระบุรายละเอียดข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่ปรากฏอย่างเพียงพอที่แสดงให้เห็นและเข้าใจถึงเหตุการณ์ หรือพฤติการณ์ หรือการกระทํา หรือพยานหลักฐานของเรื่องร้องเรียน เพื่อให้สามารถดําเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไปได้

        บริษัทฯ ส่งเสริมให้ผู้ร้องเรียน เปิดเผยตัวตนซึ่งจะช่วยทำให้เรื่องร้องเรียนมีความน่าเชื่อถือ และเป็นประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร และแจ้งผลให้ผู้ร้องเรียนได้รับทราบสถานะการดำเนินการ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียน รวมถึงพยานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นความลับ

        เรื่องร้องเรียน ควรมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

  • 12.1 ชื่อ-สกุล ข้อมูลการติดต่อของผู้ร้องเรียน (อาทิ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ e-mail)
  • 12.2 ชื่อ-สกุล ของผู้ถูกร้องเรียน
  • 12.3 รายละเอียดข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ หรือพฤติการณ์ หรือการกระทําที่ก่อให้เกิดเรื่องร้องเรียน
  • 12.4 รายละเอียด พยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ หรือพยานหลักฐาน หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน

        ข้อ 13 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ดังต่อไปนี้

  • 13.1 เรื่องที่มีลักษณะเป็นคำกล่าวหา ไม่มีมูลที่ชัดเจน
  • 13.2 เรื่องที่คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง ได้วินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดแล้ว และไม่มีพยานหลักฐานใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาเพิ่มเติม
  • 13.3 เรื่องที่ศาลยุติธรรมได้รับไว้พิจารณา หรือมีคำพิพากษาแล้ว
  • 13.4 เรื่องที่ผู้ถูกร้องเรียน พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานบริษัทฯ ก่อนถูกกล่าวหา เกินกว่า 5 ปี
  • 13.5 เรื่องที่เกิดขึ้นล่วงเลยระยะเวลามานานแล้ว ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถสืบหาพยานหลักฐานที่เพียงพอเพื่อประกอบการดำเนินการได้
  • 13.6 เรื่องที่ไม่ระบุชื่อ หรือช่องทางการติดต่อผู้ร้องเรียน ซึ่งไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ หรืออาจทำให้ไม่สามารถติดต่อสอบถามเพื่อเข้าใจถึงเหตุการณ์ สถานการณ์ หรือพฤติการณ์ เพื่อสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไปได้ ทั้งนี้จะพิจารณาความเหมาะสมแล้วแต่กรณี
  • 13.7 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัท หรือนิติบุคคล หรือบุคคลที่ไออาร์พีซีไม่มีอำนาจควบคุม (IRPC ถือหุ้น <50% หรือไม่ใช่พนักงานของบริษัทฯ)

หมวด 4
กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส และการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง

        ข้อ 14 ให้ผู้รับเรื่องร้องเรียน นําส่งเรื่องร้องเรียนให้กับสำนักตรวจสอบภายใน เพื่อบันทึกข้อมูลการพิจารณากลั่นกรองในเบื้องต้น และดำเนินการดังต่อไปนี้

  • 14.1 หากเข้าเงื่อนไขที่บริษัทฯ ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาไม่รับเรื่องร้องเรียนตามข้อ 13 ให้รายงานต่อ “ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่” เพื่อพิจารณาสั่งการตามที่เห็นสมควรต่อไป
  • 14.2 หากเป็นเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ไออาร์พีซีไม่มีอำนาจควบคุม (IRPC ถือหุ้น <50% หรือไม่ใช่พนักงานของบริษัทฯ ตามข้อ 13.7) ให้ส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวให้ “ผู้บริหารสูงสุด (MD)” ของบริษัทนั้น เพื่อพิจารณาตามความเหมาะสม และสำเนาเอกสารถึง “ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่” ไออาร์พีซี
  • 14.3 หากเรื่องร้องเรียนนั้น เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับของบริษัทฯ ให้นําส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง “คณะกรรมการกลั่นกรองข้อร้องเรียน” เพื่อพิจารณาให้ความเห็น และดําเนินการตามแนวปฏิบัติการพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่มีความเกี่ยวข้องหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และ/หรือข้อบังคับของบริษัทฯ
  • 14.4 หากเรื่องร้องเรียนดังกล่าว เป็นเรื่อง การทุจริตคอร์รัปชัน ให้นําส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง “สำนัก ตรวจสอบภายใน” เพื่อพิจารณาดําเนินการตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนดต่อไป

        ข้อ 15 ให้สำนักตรวจสอบภายใน บันทึกผล ติดตามความคืบหน้าการดําเนินการเรื่องร้องเรียน และรายงาน ผลต่อผู้บังคับบัญชา และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกํากับดูแลกิจการที่ดี หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และให้แจ้งสถานะเรื่องร้องเรียน ให้ผู้ร้องเรียนทราบ ตามความเหมาะสม

        ข้อ 16 ให้จัดทำหลักเกณฑ์ แนวทาง กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส การแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองข้อร้องเรียน การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง และแนวปฎิบัติต่าง ๆ ไว้ในคู่มือการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสของบริษัทฯ

หมวด 5
มาตรการคุ้มครอง

        ข้อ 17 ผู้ร้องเรียนย่อมตระหนักและเข้าใจเป็นอย่างดีว่า การร้องเรียนจะต้องกระทำโดยสุจริต หากผู้ร้องเรียนได้ร้องเรียนเรื่องอันเป็นเท็จ ไม่มีมูลความจริง หรือมีเจตนากลั่นแกล้ง หรือมีเจตนาไม่สุจริต ฯลฯ การดำเนินการดังกล่าวอาจเป็นเหตุให้ผู้ร้องรียนต้องถูกพิจารณาลงโทษตามขั้นตอนและระเบียบของบริษัทฯ รวมถึงอาจมีความผิดต้องรับโทษตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี

        บริษัทฯ จะไม่ยอมรับการข่มขู่ กรรโชก หรือการกระทําที่เข้าข่ายการคุกคาม การหน่วงเหนี่ยว การรบกวนการทำงาน หรือการกระทำที่เป็นการกลั่นแกล้ง หรือทำให้ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ต่อผู้ร้องเรียน หรือ พยาน หรือผู้เกี่ยวข้องใด ๆ ซึ่งได้ให้เบาะแส ถ้อยคํา หรือข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน ด้วยความสุจริต และบริษัทฯ จะให้ความคุ้มครอง ปกป้อง ผู้ร้องเรียน หรือพยาน หรือผู้เกี่ยวข้อง อย่างเหมาะสม ตามมาตรการที่บริษัทฯ กำหนด และ/หรือตามมาตรฐานสากล

        ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต่อมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน หรือพยาน หรือผู้เกี่ยวข้อง อันจะทำให้ความคุ้มครองมีความเข้มข้นลดน้อยลงจากที่กำหนดไว้ และก่อนการดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนจะถึงที่สุดหรือเป็นที่ยุติ จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก่อนการดำเนินการ

หมวด 6
การรักษาความลับ

        ข้อ 18 การดําเนินการใด ๆ ตามระเบียบนี้ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้เป็นความลับ โดยไม่เปิดเผยต่อบุคคลอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือไม่มีอำนาจหน้าที่ และต้องคํานึงถึงความปลอดภัยและความเสียหายของผู้ร้องเรียน ผู้ถูกร้องเรียน พยาน ผู้เกี่ยวข้อง หรือแหล่งที่มาของข้อมูล เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามความจําเป็นในการปฏิบัติงาน หรือเป็นการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การสืบสวนหาข้อเท็จจริง การสอบสวนทางวินัย การฟ้องร้องดําเนินคดี การเป็นพยาน การให้ถ้อยคํา หรือการให้ความร่วมมือใด ๆ ต่อศาล เจ้าพนักงานตำรวจ อัยการ หรือหน่วยงานของรัฐ โดยให้พิจารณาตามความจำเป็น เหมาะสม และเท่าที่เพียงพอต่อการดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์และความชอบธรรมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

หมวด 7
บทกำหนดโทษ

        ข้อ 19 การทุจริตคอร์รัปชัน การให้สินบน การประพฤติมิชอบ ถือเป็นการกระทำผิดทางวินัยตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทฯ และอาจเป็นเหตุให้ต้องได้รับโทษทั้งทางแพ่งและอาญา ตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ การกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามระเบียบนี้ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ให้ถือเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทฯ ด้วยเช่นกัน อันเป็นความผิดและจะได้รับการพิจารณาโทษตามระเบียบดังกล่าว โดยการลงโทษ อาจพิจารณารวมถึงการเลิกจ้าง หรือเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ในกรณีที่บริษัทฯ เห็นว่าจำเป็นหรือสมควร

หมวด 8
บทเฉพาะกาล

        ข้อ 20 การดําเนินการใด ๆ ที่อยู่ในระหว่างดําเนินการ และยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ ให้ดําเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ หรือจนกว่าจะสามารถดำเนินการตามระเบียบนี้ได้

         ข้อ 21 ระเบียบ ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง คู่มือ หรือแนวปฏิบัติอื่นใดที่ใช้อยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ และซึ่งไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ รวมถึงมีเรื่องร้องเรียนซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามข้อ 20 ให้ถือปฏิบัติต่อไปจนกว่าการดำเนินการจะเสร็จสิ้นหรือเป็นที่ยุติ หรือมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

ico-nav สำนักตรวจสอบภายใน

ico-nav
555/2 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคาร บี ชั้น 6 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
ico-nav
โทรศัพท์ : 66 (0) 2765-7000